วันที่เผยแพร่: 5 พฤศจิกายน 2569
หมวดหมู่: ข่าวโลจิสติกส์ | การขนส่งทางบก | ต้นทุนพลังงาน
ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางบกของไทยเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันดีเซล พร้อมเสนอให้กำหนดเพดานราคาไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มเสถียรภาพให้กับภาคการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
ผู้ประกอบการขนส่งยื่น 10 ข้อเสนอถึงกระทรวงพลังงาน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนจากสมาคมขนส่งพันธมิตร 13 สมาคม ได้รวมตัวกันบริเวณกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและโครงสร้างราคาพลังงาน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้นำโดยนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย โดยมีการยื่นข้อเรียกร้องรวม 10 ประเด็น เพื่อให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้ภาครัฐแสดงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาประมาณ 60 วัน พร้อมระบุว่าอาจมีการยกระดับการเคลื่อนไหวหากไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
ราคาน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโลจิสติกส์
น้ำมันดีเซลถือเป็นต้นทุนสำคัญในการดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถบรรทุก รถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ และผู้ให้บริการกระจายสินค้าทั่วประเทศ
เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการขนส่งย่อมปรับตัวตาม ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารค่าใช้จ่ายและรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนส่งเท่านั้น แต่ยังอาจส่งต่อไปยังธุรกิจอื่นในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่
ภาคอุตสาหกรรมการผลิต: มีต้นทุนขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น
ธุรกิจนำเข้าและส่งออก: อาจได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือและศูนย์กระจายสินค้า
ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก: ต้องบริหารต้นทุนการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้ประกอบการขนส่งขนาดกลางและขนาดเล็ก: มีความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
หากต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาค่าขนส่งและราคาสินค้าในระยะยาว
เรียกร้องการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานในระยะยาว
นอกจากมาตรการควบคุมราคาน้ำมันดีเซลแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมันในภาคธุรกิจ
ข้อเสนอครอบคลุมการพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของราคาน้ำมัน เช่น ภาษี ค่าการกลั่น และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
ผู้ประกอบการมองว่ามาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานอย่างเป็นระบบ
การบริหารราคาพลังงานให้มีเสถียรภาพจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ไทย
กระทรวงพลังงานรับข้อเสนอ พร้อมเตรียมหารือแนวทางแก้ไข
จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กระทรวงพลังงานได้รับหนังสือข้อเสนอจากตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งแล้ว และมีการระบุถึงแนวทางจัดการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ข้อเสนอเรื่องการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซล 35 บาทต่อลิตร ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นมาตรการที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว
ภาคธุรกิจจึงควรติดตามความคืบหน้าของการหารือและประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ธุรกิจโลจิสติกส์ควรปรับตัวอย่างไร?
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของต้นทุนพลังงาน ผู้ประกอบการโลจิสติกส์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันได้หลายแนวทาง
1. วางแผนเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพ
เลือกเส้นทางที่เหมาะสม ลดระยะทางที่ไม่จำเป็น และลดจำนวนเที่ยวรถเปล่า เพื่อควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง
2. นำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการขนส่ง
ใช้ระบบบริหารจัดการขนส่ง (Transportation Management System: TMS) และระบบติดตามยานพาหนะ เพื่อช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3. เพิ่มประสิทธิภาพการจัดตารางขนส่ง
วางแผนการรับและส่งสินค้าให้เหมาะสม รวมถึงพิจารณาการรวมเที่ยวขนส่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
4. ติดตามและวิเคราะห์ต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
จัดเก็บข้อมูลการใช้น้ำมัน ระยะทางขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อนำมาประกอบการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจ
5. เตรียมแผนรองรับความเสี่ยงด้านการขนส่ง
ติดตามสถานการณ์นโยบายพลังงานและความเคลื่อนไหวของภาคขนส่ง เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุนหรือการให้บริการ
แนวโน้มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายพลังงานและประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ไทย
ในระยะต่อไป ผลการหารือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการขนส่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางต้นทุนการขนส่งและการบริหารห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ และการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
